Artitaya 的个人资料Kitty Unconditional Love照片日志列表更多 ![]() | 帮助 |
|
1月9日 YOGHURT FOR HEALTH
สุขสันต์วันเกิดสำหรับคนที่เกิดเดือนมกราคมทุกคนนะจ๊ะ (เดือนเดียวกะเรา)
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ทุกคน ก่อนอื่นต้องขอโทษ (สุดๆ) เลยนะค่ะ เนื่องจากที่ผ่านมา Spaces ของเรามันเป็นอะไรไม่รู้มันจะ Up ไม่ได้ ถ้าอัพเมื่อไหร่ก็จะเปิดดูไม่ได้เลย เราเลยเสียความรู้สึกหมดกำลังใจที่จะเข้ามาใน spaces อีก แต่ตอนนี้อยู่ดีๆ มันก็หายเป็นปกติขึ้นมาซะงั้น
เราก็เลยนำสิ่งดีๆ มาเป็นของฝากให้เพื่อนๆ เผื่อจะได้นำไปใช้ในปีใหม่นี้ เพื่อสุขภาพของตังเองนะจ๊ะ
รู้จักข้อดีของโยเกิร์ต ปัจจุบันนี้หาโยเกิร์ตรับประทานได้ง่ายขึ้น เพราะมีขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าโยเกิร์ตมีดีอะไร ทำไมใครๆ จึงนิยมกินกัน วันนี้เรามีคำตอบมาเล่าให้ฟัง ดร.อิลยา เมชนิคอฟ นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียที่ได้รับรางวัลโนเบลปี 1908 ผู้ค้นพบ "แฟกโกไซต์" (Phagocyte) ซึ่งเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่เป็นทหารประจำบ้านเคลื่อนที่ไปในกระแสเลือดคอยจับกินเชื้อโรคหรือสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้าไปในร่างกาย เป็นผลงานด้านภูมิคุ้มกันมนุษย์ ได้กล่าวเมื่อทศวรรษ 1900 ว่า "โยเกิร์ตมีความสำคัญในการช่วยให้อายุยืนยาวขึ้น" ด้วยเหตุนี้ หลายๆ ประเทศจึงมีการวิจัยเกี่ยวกับคุณประโยชน์และคุณประโยชน์ของโยเกิร์ตที่มีต่อสุขภาพร่างกายไว้ดังนี้
1. โยเกิร์ตเป็นอาหารย่อยง่าย เพราะน้ำตาลแล็กโทสเป็นตัวหลักที่ทำให้เกิดการแพ้นมหรือท้องเสีย แบคทีเรียในโยเกิร์ตมีเอนไซม์ชวยย่อยโปรตีนนมเคซีน ซึ่งเป็นโปรตีนย่อยยาก ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมได้ง่ายขึ้น ลดปัญหาภูมิแพ้ต่อน้ำตาลแล็กโทสและโปรตีนเคซีน
2. เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและช่วยยับยั้งจุลชีพที่ไม่เป็นมิตรในลำไส้ ความพิเศษของแบคทีเรียในโยเกิร์ตนี้เป็นเสมือนทหารประจำบ้าน คอยช่วยยับยั้งจุลชีพที่ไม่เป็นมิตรในลำไส้ใหญ่ เช่น เชื้อซาลโมเนลลา อี.โคไล และโคลีนแบคทีเรีย ซึ่งเป็นเชื้อโรคประจำในร่างกายเราอยู่แล้ว แต่เมื่อร่างกายอ่อนแอลง แบคทีเรียชนิดนี้จะเป็นตัวที่ทำลายภูมิต้านทานของเรา
3. เป็นแหล่งวิตามินบี โดยเฉพาะวิตามินบี 1 (ไรโบฟลาวิน) นอกจากนั้นแบคทีเรียในโยเกิร์ตยังช่วยสังเคราะห์วิตามินบีและวิตามินเคในลำไส้ได้ด้วย
4. ช่วยรักษาโรคท้องเสีย ท้องเดินและแผลในกระเพาะอาหาร จากการวิจัยพบว่า ผู้ป่วยเด็กหายจากอาการท้องเสียเร็วขึ้นหลังจากได้รับประทานโยเกิร์ต
5. ช่วยทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมดีขึ้น กรดแล็กติกในโยเกิร์ตช่วยทำให้การย่อยแคลเซียมในนมดีขึ้นและทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมง่ายขึ้น
6. เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี ในโยเกิร์ตจะมีโปรตีนมากกว่าในนม 20 เปอร์เซ็นต์และยังเป็นโปรตีนที่ย่อยง่ายร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้ดี
7. ช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจ แล็กโตบาซิลลัสช่วยควบคุมปริมาณคอเลสเทอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้ แล็กโตบาซิลลัสสามารถจับกับสารก่อมะเร็ง สามารถจับกับโลหะหนัก และกรดน้ำดีซึ่งมีพิษโดยช่วยยับยั้งกลุ่มแบคทีเรียในลำไส้ที่สร้างสารไนเตรตได้ (สารไนเตรตเป็นสารก่อมะเร็งตัวหนึ่ง) และแล็กโตบาซิลลัสยังช่วยเปลี่ยนสารฟลาโวนอยด์จากพืชใสห้เป็นสารต้านมะเร็งได้ด้วย
เมื่อเห็นคุณค่าของโยเกิร์ตแล้วเราลองหันมาเลือกรับประทานโยเกิร์ตรสธรรมชาติ (Plain) เพื่อให้ได้ประโยชน์จริงๆ กันดีกว่า หรืออยากเพิ่มรสชาติให้อร่อยอีกนิดด้วยการเติมผลไม้สดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ลงไปด้วย ก็อร่อยได้คุณค่าเพิ่มขึ้น
จากหนังสือ ชีวจิต ฉบับที่ 187
นิตยสารรายปักษ์ ปีที่ 8
16 กรกฎาคม 2549
8月1日 Too Much Too Soon
อาการของผู้หญิงรุก รู้ไว้จะได้ไม่พึงกระทำ![]()
เช่น "คุณคือคนที่ใช่สำหรับฉันจริงๆ" "ฉันชอบคุณมากเลยนะ" "คิดถึงตลอดเวลาเลย" "อยากให้คุณโทรหาฉันทุกวันเลย" ฯลฯ ซึ่งผู้ชายฟังแล้วน่าจะดีใจ...แต่เขาไม่ดีใจ ก็เพราะเขาไม่ได้อยากได้ยินจากปากผู้หญิงที่เพิ่งเริ่มจีบหรือเริ่มคบหรอกค่ะ มันเร็วไปและมากไปสำหรับเขา (เรียกว่าพวก too much too soon เขายังไม่ทันคิดไปถึงขั้นนั้นเลย ผู้หญิงรุกก็ทำตัว 'คิดเองเออเองแทนเขา' ไปซะแล้ว
ผู้หญิงที่รุกเร้าจะเอาคำว่า 'รัก' หรือ 'คุณจะคบฉันจริงจังหรือเปล่า' จากปากผู้ชายก็เพราะพวกเธอได้หลุดกิริยาทำข้อ 1 ด้วยตัวเองไปเรียบร้อยแล้วไง เธอถึงอยากได้คำตอบเป็นการคอนเฟิร์มจากเขาว่าเธอไม่วืดเปล่าแน่ๆ แต่ส่วนใหญ่ผู้ชายมักทำเฉย ไม่ตอบ เพราะกลัวมัดตัวเองจนขึ้นสมอง
เพราะใจผู้หญิงรุกมักจะอยากอยู่ใกล้ชายที่เธอหมายปองตลอดเวลา โดยไม่สนว่าเขาจะคิดแบบเดียวกับเธอหรือไม่ พวกเธอจะเหมารวมว่าเขาเองก็มีใจตรงกันกับเธอเช่นกัน โดยไม่ยอมดูภาษากายว่าเขาพยายามเบี่ยงตัวหนี หรือเขาจับมือเธอพอเป็นพิธีแต่ไม่อยากกอด หรือทุกครั้งที่อยู่แกล้กันเขาไม่เคยรุกก่อนต้องเป็นเธอเริ่มก่อนเองทุกครั้ง
เช่นคำที่เกี่ยวกับการแต่งงานอย่าง "เค้กแต่งงานของเรา..." "เพื่อนฉันเพิ่งแต่งงานไปเอง..." "ถ้าเราอยู่ด้วยกัน..." "ฉันชอบพิธีแต่งงานแบบนี้ๆ" ฯลฯ
หนักข้อกว่านั้นคือผู้หญิงรุกมักชอบทำการ์ดส่งให้ผู้ชายเป็นข้อความที่บอกความรักและความทุ่มเทล้นเหลือ เช่น ตัดภาพถ่ายหมู่รวมเพื่อนๆ ให้เหลือแต่คู่ของเขาและเธอมาทำการ์ดที่เขียนข้อความ "รัก...(ชื่อผู้ชาย)...ตลอดกาล" เจ้าการ์ดหวานเลี่ยนพวกนี้มันทำให้ผู้ชายเตรียมตัวเผ่นป่าราบต่างหากล่ะคะ
ตั้งแต่นัดวันเวลา หาร้านหรือสถานที่นัดพบ บางคนหนักข้อกว่านั้นคือกลัวผู้ชายไม่มา ขับรถไปรับเขาเองถึงบ้านเลยแน่ะ โดยฝ่ายพวกผู้หญิงรุกมักมีข้ออ้างว่า "ก็ฉันอยากได้เขามานี่" หรือ "การแสดงให้เขาเห็นว่าเขามีค่าสำหรับเราเนี่ย ไม่ดีเหรอไง" ฉันก็ขอบอกเลยว่า ไม่ดี ไม่ดีเอามากๆ ด้วย ฉันเคยเตือนน้องสาวใจกล้าบางคนว่า... "อย่ารุกเขามาก เขาจะหายใจหายคอไม่ออกตายเอา กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือ "ปล่อยให้เขาเชื่อว่าเขาเป็นฝ่ายเลือกเราเอง ไม่ใช่เผยไต๋ให้เขารู้ตัวว่าเรายอมทำทุกอย่างเพื่อให้เขาเลือกเรา"
แต่...สาวไทยสมัยนี้มักไม่เชื่อที่ฉันพูด หาว่าโบราณ เชย และช้า - ไม่ทันใจขาโจ๋ แต่พอความสัมพันธ์มาถึงจุดที่ผู้ชายเริ่มตีตัวออกห่าง หรือเป็นฝ่ายบอกว่า 'ช้าๆ ลงหน่อย' จนถึงประโยคสุดฮิตอมตะนิรันดร์กาลที่ผู้ชายชอบให้เวลาจะซิ่งหนีผู้หญิงรุกคือ "เราลองห่างกันสักพักดีไหม" ...พวกเธอก็จะฟูมฟายร้องไห้เสียใจแล้วโทษผู้ชายว่า... "มันโง่ เจอผู้หญิงที่รักขนาดนี้จะหาได้ที่ไหน" "เขาตัดสินใจพลาดมากที่ปล่อยฉันไป แล้วเดี๋ยวเขาจะรู้เองว่าเขาคิดผิด"
ฮั่นแน่...นอกจากผู้หญิงรุกจะไม่รู้ตัวแล้วว่าพวกเธอทำเอาผู้ชายกลัวหัวหดและโคตรอึดอัดแล้ว ยังจะด่าเขาอีกแน่ะว่าเขาโง่ คิดผิดที่ปล่อยเธอหลุดมือไป ทั้งที่เขาตัดสินใจถูกแล้วค่ะ ผู้หญิงรุกต่างหากที่ดูตัวเองเลยว่าพวกเธอทำผิดพลาดเรื่อง 'รุกมากไปและเร็วไป'
จากหนังสือ "ผู้หญิงฉลาดรัก"
ผู้แต่ง มณฑานี ตันติสุข
Space นี้ส่งท้ายก่อนจะสอบนะค่ะเพื่อนๆ ตอนแรกว่าจะ Up หลังสอบ ![]() แต่เห็นเพื่อนๆ เข้ามาเม้นท์ให้เยอะๆ แล้วแต่ต้องเจอแต่เรื่องเดิมๆ ก็รู้สึกไม่ดี
เลยจะ Up Spaces นี้ก่อนที่จะสอบ
แล้วจะหาบทความ เรื่องดีๆ มาให้เพื่อนๆ อ่านกันอีกนะค่ะ
6月20日 Attraction or Like
6月1日 Why Why Why
5月19日 บทสนทนาของหัวใจ
สวัสดีค่ะเพื่อนๆ ก่อนอื่นต้องขอโทษเพื่อนๆ นะค่ะ ที่เข้ามาเยี่ยมสเปซเรา แต่เราเพิ่งมีเวลาได้อัพสเปซอ่ะดิ เพราะที่ผ่านมาเราติดสอบ FN แต่ตอนนี้ก็ผ่านไปได้ด้วยดีละช่วงที่เราสอบ FN เราก็ไปอ่านเจอบทความ "รัก" ระหว่างความคิดของหญิง และ ชาย ซึ่งมันก็บอกความรู้สึกของผู้หญิงได้ตรงมั่กมาก ในด้านความรู้สึกของผู้ชาย เราก็คิดว่ามีส่วนคล้ายๆ แบบนี้เหมือนกันนะ ลองอ่านกันดูนะค่ะเพื่อที่เราจะได้เข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายมากขึ้นไงล่ะ
ในเวลาที่เราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สับสนวุ่นวาย เราอาจมองข้ามเสียงเล็กๆ บางเสียงไป แต่ในเวลาที่เราอยู่เงียบๆ เราอาจได้ยินเสียงนั้นดังอยู่ในใจเราก็ได้ เสียงเบาๆ ของหัวใจเสียงหัวใจกำลังพูดคุย กำลังบอกผ่านความรู้สึกออกมา...
แค่บอกคำว่ารักคำเดียวเขาจะถึงกับจะเป็นจะตายเลยหรือ ..." ผู้ชาย "ทำไมพวกผู้หญิงถึงชอบให้บอกคำว่ารักกันนักนะ แค่คำพูดคำเดียว มันจำเป็นด้วยเหรอ ..." ผู้หญิง "เธอจะรู้มั๊ยนะ ว่าการเดินจูงมือกัน มันทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นและมั่นคงอย่างบอกไม่ถูก... ผู้ชาย "เดินจูงมือเหรอ เดินก็เดิน จะเดินปล่อยมือจูงมือ มันก็เหมือนกันแหละ อย่าคิดมากเลย ..."
ฉันก็อยากบอกกับพวกเขาว่า เธอเป็นคนรักของฉัน เป็นคนที่ฉันรักนะ ..." ผู้ชาย "ที่ผมทำห่างเหินเวลาเราเจอเพื่อนๆ ก็เพราะผมวางตัวไม่ถูก ผมไม่รู้ว่า ผมควรแสดงความเป็นเจ้าของเกินไป หรือควรจะให้คุณอยู่ห่างๆ ดี ..." ผู้หญิง "เธออยากเห็นฉันร้องไห้เหรอ ..." ผู้ชาย "ฉันไม่ชอบความขี้แยของเธอ ..." ผู้หญิง "ที่ฉันร้อง เพราะฉันอยากให้เธอสนใจ อยากให้เธอช่วยปลอบใจฉัน" ผู้ชาย "ที่เธอร้อง ผมว่าบางทีมันน่ารำคาญนะ"
ผู้ชาย "แค่คำว่ารักเหรอ บอกส่งเดชไปก็ได้" ผู้หญิง "ที่โทรมา ก็เพราะเป็นห่วงนะ เธอจะเป็นอะไรหรือเปล่าห่วงไปหมด" ผู้ชาย "โอ๊ย โทรมาอยู่ได้ ก็ไม่เป็นอะไรไง ฉันแข็งแรง ไม่ต้องห่วง"
ผู้ชาย "อ้าว เธอไม่บอก แล้วผมจะไปรู้ได้ยังไง" ผู้หญิง "อย่าปล่อยฉันอยู่คนเดียว ..." ผู้ชาย "ตอนนี้ผมอยากอยู่คนเดียวสักพัก ..."
ผู้ชาย "ฉันก็แค่ อยากให้ข้อคิดกับเธอ ไม่ได้ตั้งใจจะขัดคอเธอนะ เข้าใจกันบ้างสิ" ผู้หญิง "ฉันอยากมีใครสักคนที่รับฟัง ..." ผู้ชาย "ฉันอยากให้เธอเลิกบ่นได้แล้วล่ะ" ผู้หญิง "ฉันแค่อยากมีใครสักคนที่เข้าใจฉัน ..." ผู้ชาย "คุณเข้าใจผมบ้างหรือเปล่า ..."
ผู้ชาย "ขอร้องว่า อย่าให้ผมฝืนทำในสิ่งที่ผมไม่อยากทำเลย ..." ผู้หญิง "ฉันเป็นฝ่ายเข้าหาเธอฝ่ายเดียวเลย เธอช่วยปรับมาหาฉันบ้างได้ไหม ..." ผู้ชาย "ผมทำได้เท่านี้แหละ เท่านี้จริง ๆ ขอโทษด้วยนะ ..." ผู้หญิง "เล่าให้ฉันฟังได้มั๊ย เธอเริ่มชอบฉันยังไง" ผู้ชาย "โอ๊ย ไม่เอา อย่าถามมากน่า ตอนนี้รักก็พอแล้ว"
ผู้ชาย "การถูกโกหกจากคนที่ผมรัก มันเจ็บมากแค่ไหนคุณรู้ไหม ..." ผู้หญิง "จำได้ไหมวันนี้วันอะไร ..." ผู้ชาย "วันนี้เหรอ ขอนั่งนึกดูก่อนนะ เดี๋ยวไปทำงานแล้วอาจนึกออก ..."
ผู้ชาย "ผมก็เป็นแบบนี้แหละ รับได้มั๊ยล่ะ" ผู้หญิง "เธอไม่เป็นห่วงฉันเลย" ผู้ชาย "ผมรู้ว่าคุณเก่ง คุณไม่เป็นอะไรหรอก"
ผู้ชาย "ผมให้ความรักกับคุณมากพอแล้ว ผมคงต้องผ่อนๆ ลงหน่อยแล้วล่ะ ผมไม่สามารถให้ได้มากขนาดนี้ตลอดเวลาหรอกนะ" ผู้หญิง "เธอทำแบบนี้ฉันเสียใจนะ" ผู้ชาย "คุณทำให้ผมต้องทำแบบนี้เองนี่"
แต่ฉันมีผู้ชายที่ฉันรักอยู่คนเดียวเข้าใจฉันไหม" ผู้ชาย "เธอกำลังทำให้ฉันอึดอัดนะ เข้าใจไหม ..." ผู้หญิง "เธอรักฉันอยู่หรือเปล่า" ผู้ชาย "คำพูดไม่สำคัญเท่าความรู้สึกหรอก" ผู้หญิง "สนใจฉันหน่อย" ผู้ชาย "ผมเพิ่งทำงานกลับมาเหนื่อยๆ นะ ขอเวลาพักหน่อยสิ"
เป็นไงบ้างล่ะค่ะ คุณเคยเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายบ้างรึเปล่าว่าจริงๆ แล้วเค้าคิดยังไงกัน
บางทีคำพูดที่แสดงออก อาจจะไม่ตรงกับที่ใจคิดก็ได้
บางทีถ้าเราอ่านแล้วเราอาจจะเข้าใจ "คนรัก" ของเรามากขึ้นก็ได้นะค่ะ
ยังไงก็เข้ามา Comment กันนะค่ะว่าใครรู้สึกกันยังไงบ้าง
4月21日 Because Of You
I will not make the same mistakes that you did I will not let myself cause my heart so much misery I will not break the way you did You fell so hard I learned the hard way, to never let it get that far Because of you I never stray too far from the sidewalk Because of you I learned to play on the safe side So I don't get hurt Because of you I find it hard to trust Not only me, but everyone around me Because of you I am afraid I lose my way And it's not too long before you point it out I cannot cry Because I know that's weakness in your eyes I'm forced to fake a smile, a laugh Every day of my life My heart can't possibly break When it wasn't even whole to start with Because of you I never stray too far from the sidewalk Because of you I learned to play on the safe side So I don't get hurt Because of you I find it hard to trust Not only me, but everyone around me Because of you I am afraid I watched you die I heard you cry Every night in your sleep I was so young You should have known better than to lean on me You never thought of anyone else You just saw your pain And now I cry In the middle of the night Over the same damn thing Because of you I never stray too far from the sidewalk Because of you I learned to play on the safe side so I don't get hurt Because of you I tried my hardest just to forget everything Because of you I don't know how to let anyone else in Because of you I'm ashamed of my life because it's empty Because of you I am afraid Because of you
เพลงนี้ฟังผ่านๆจะเหมือนเป็นเพลงรักธรรมดา แต่จริงๆแล้วเพลงนี้ kelly(คนร้อง) แต่งขึ้นตอนอายุ 16 เกี่ยวกับครอบครัวของเธอ ที่พ่อแม่หย่าร้างกัน นอกจากเนื้อหาแล้วชอบเสียงเปียโน+ดนตรีในเพลงกับเสียงร้องของ kelly มากเลยค่ะ ท่อนที่ชอบที่สุดของเพลงน่าจะเป็นช่วงก่อนจบเพลง (รู้สึกจะเรียกว่า ท่อน bridge) เธอร้องได้อารมณ์มั่กมากเลย: "And now I cry in the middle of the night For the same damn thing" เนื้อหาจะประมาณว่า พ่อแม่ที่มีปัญหากันก็จะส่งผลกระทบไปถึงลูก ท่อนนี้ก็แปลออกมาประมาณว่า "ดูสิ ตอนนี้ฉันก็ต้องมานอนร้องไห้ เพราะปัญหาเดิมๆ ของเธอ[พ่อแม่]"
ลองฟังเพลงนี้ดูนะค่ะ
|
|
|